ทัวร์ต่างประเทศ,

★ Exotic Morocco 11 Days ★

Want create site? With Free visual composer you can do it easy.

? Highlight รับจัดกรุ๊ปเล็ก เลือกวันและเวลาเดินทางได้เอง หรือแจมทริปตามตารางเดินทางปี 2560*

★ Exotic Morocco ★

ฮัมเพลงคาซาบลังก้า ย้อนเวลาเข้าสู่ตรอกวงกตแห่งเครื่องเทศเครื่องหนังในเมดิน่าเฟซ ดื่มด่ำธรรมชาติ ณ หุบเขาดอกกุหลาบ บุกสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Gladiator เพลิดเพลินในสีสันแห่งเมืองมาราเกซ นอนทะเลทรายใต้ทะเลล้านดาวซาฮาร่า สัมผัสความงดงามของเมืองสีฟ้า เชฟซาอูน

★ Morocco 11 Days เจาะลึกอาณาจักรโมรอคโค ★

 

? ระยะเวลาการเดินทาง: 11 วัน

? ตารางวันเดินทาง ปี 2560:

13-22 มกราคม
8-17 กุมภาพันธ์
6-15 เมษายน
4-13 พฤษภาคม
8 – 17 มิถุนายน
7 – 16 กรกฎาคม
4 -13 สิงหาคม
22 กันยายน – 1 ตุลาคม
20 – 29 ตุลาคม
17 – 26 พฤศจิกายน
1 – 10 ธันวาคม

**ตารางอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความหมาะสม**

? โปรแกรมการเดินทาง

? Day 1 : สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ–ดูไบ

22.30 น. ของวันที่_____ พร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 8 เคาน์เตอร์ P สายการบินกาตาร์แอร์เวย์ เจ้าหน้าที่บริษัทฯ ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการ Chcek in สายการบิน

 

? DAY 2 : โดฮา – คาซาบลังกา – กรุงราบัต พระราชวังหลวง สุสานกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5
ป้อมอูดายา B/L/D

01.40 น. ออกเดินทางสู่ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ โดย สายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR 837 (บนเครื่องมีบริการอาหาร ใช้เวลาบิน 7.15 ชั่วโมง)
04.40 น. ถึงสนามบินนานาชาติโดฮา ประเทศกาตาร์ แวะเปลี่ยนเครื่องบินเพื่อเดินทางต่อไป เมืองคาซาบลังกา ประเทศโมร็อกโก
07.20 น. ออกเดินทางสู่ เมืองคาซาบลังกา โดย สายการบินกาตาร์ แอร์เวย์เที่ยวบินที่QR 1395 (บนเครื่องมีบริการอาหาร ใช้เวลาบิน 8.35 ชั่วโมง)
13.25 น.เดินทาง ถึงสนามบินนานาชาติเมืองคาซาบลังก้า (Casablanca)
ประเทศโมรอคโค (เวลาท้องถิ่น ช้ากว่าประเทศไทย 7 ช.ม.) นำท่านผ่านตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองราบัต(Rabat)ระยะทาง 94 กม. (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชม.)

 

ชมเมืองหลวงแห่งราชอาณาจักรโมร็อกโกมาตั้งแต่ปีค.ศ.1956 นำท่านชม สุสานของกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 พระอัยกาของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน ซึ่งมีทหารยามยืนเฝ้าสง่าทุกประตู และเปิดให้คนทุกชาติทุกศาสนาเข้าไปเคารพ มีหีบพระศพที่ฝังอยู่เบื้องล่าง ด้านหน้าของสุสาน คือสุเหร่าฮัสซันที่เริ่มสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 2 แต่ไม่สำเร็จและพังลงจนเหลือแต่เพียงเสาไว้ 365 ต้น ในบริเวณกว้าง 183 x 139 เมตร
เย็น อาหารเย็น ณ ภัตตาคาร หรือ โรงแรม
พักที่เมือง Rabat Hotel : Golden Tulip Farah Rabat หรือเทียบเท่า

 

? Day 3: กรุงราบัต–เมคเนส -เชพซาอูน CHEFCHOUNE  (B/L/D) 
เช้า บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พักหลังรับประทานอาหารเช้า
จากนั้นนำท่านชม ป้อมอูดายา (Oudayas Fortress)ป้อมขนาดใหญ่ 2 ชั้น ที่ตั้งอยู่ริมมหาสมุทรแอตแลนติกล้อมรอบด้วยกำแพงสูงใหญ่ เป็นป้อมที่สเปนสร้างขึ้นเมื่อสมัยที่สเปนยึดครองประเทศโมร็อกโก ด้านในมีสวนดอกไม้แบบสเปนและเป็นเมดิน่าหรือชุมชนชาวเมืองซึ่งเต็มไปด้วยบ้านเรือนทาทาบด้วยสีฟ้า-ขาว ที่สะอาดตาน่าเดินเล่น ในอดีตป้อมแห่งนี้ใช้ป้องกันข้าศึกจากการรุกรานทั้งจากประเทศที่ล่าอาณานิคมและในยุคที่โจรสลัดชุกชุม
ออกเดินทางสู่ เมืองเมคเนส(Meknes) เที่ยวชมเมือง เมคเนส
เที่ยง อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
เมืองเชฟชาอูน(Chefchaouen) เป็นเมืองเล็กๆตั้งอยู่ใน หุบเขาริฟ (Rif Mountain หรือ Er-Rif) ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของเมืองนั้นยาวนานกว่า 538 ปี ในอดีตก่อนที่โมร็อกโกได้รับเสรีภาพในการปกครองประเทศทั้งหมด ในปี 1956 เมืองเชฟชาอูนเคยอยู่ใต้การปกครองของสเปนมาก่อน และจนบัดนี้ประชากรที่มีประมาณ 40,000 คน ก็ยังคงใช้ภาษาสเปนกันอย่างแพร่หลาย
เย็น บริการอาหารเย็นที่ภัตตาคาร หรือโรงแรม หลังอาหารพักผ่อนกันตามอัธยาศัย

 

ที่พัก: Hotel CHEFCHOUNE หรือเทียบเท่า

 

 

? Day 4 : เมืองCHEFCHOUNEเชฟซาอูน – เมืองโรมันโบราณโวลูบิลิส- เฟส Fes เมดินา เมืองเก่าเฟส
พักเมืองเฟส B/L/D

เช้า บริการอาหารเช้าที่โรงแรม
หลังจากนั้นพาท่านชม เมือง โบราณ Volobilis เหลือแต่ซาก ปรักหักพังที่เกิดจากแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในปี ค.ศ. 1755 แต่ยังคงเห็นได้ถึงร่องรอยความยิ่งใหญ่ของเมืองในจักรวรรดิโรมันในอดีต เมืองโรมันโบราณแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1997
นำท่านเดินทางสู่ เมืองเฟส (Fes) ตั้งอยู่ระหว่างพื้นที่อุดมสมบูรณ์ที่ต่อจากเชิงเทือกเขารีฟซึ่งเฟส เป็นเมืองแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและมีเสน่ห์อันแสนสุดประทับใจ แวะชมกำแพงเมืองล้อมรอบเมืองเก่าที่ยาวประมาณ 40 กม. ซึ่งมีประตูเมืองใหญ่โตถึง 7 ประตู

 

แวะชม ประตูบับมันซู (Bab Mansour Monumental Gate) ที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุด ตกแต่ง ด้วยโมเสดและกระเบื้องสีเขียวบนผนังสีแสด ชม ประตูพระราชวังหลวงแห่งเฟซ (The Royal Palace) ที่มีทหารยามยืนเฝ้าหน้าประตูอย่างสง่างาม ประตูทางเข้าพระราชวังเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยและสง่างาม เป็นเอกลักษณ์แห่งราชวงศ์โมร็อคโคและนำเที่ยวชมบรรยากาศยามเย็น ของ เมืองเฟส (Fes) เมืองหลวงเก่าใน ศ.ต. ที่ 8 ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นเมืองแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของโมร็อกโก

 

เย็น รับประทานอาหารเย็น ที่ภัตตาคาร หรือ โรงแรม Fes

 

? Day 5 : เฟส FES – อิเฟรน – MIDELT

เช้า บริการอาหารเช้าที่โรงแรม
ในเขตเมดิน่า ซึ่งเป็นเมืองเก่า มีทั้งแหล่งช้อปปิ้ง ร้านค้ามากมาย มีตรอกซอยต่างๆนับ 10,000 ซอย มีตลาดสด ขายอาหาร และผัก ผลไม้สดนานาชนิด
เที่ยงบริการอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร
แวะชม เมเดอร์ซา บูอิมาเนีย (MerdersaBouImania) ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนพระคัมภีร์ เป็นสถาปัตยกรรมแบบมัวร์ที่สวยงามประณีต ในเขตเมืองเก่าได้แบ่งออกเป็น 100 ส่วน มีซอยกว่า 10,000 ซอย มีซอยแคบสุดคือ 50 ซ.ม. ถึงกว้าง 3 เมตร จะแบ่งเป็นย่านต่างๆ เช่น ย่านเครื่องใช้ทองเหลือง ทองแดง ย่านขายพรมที่วางเรียงรายอย่างสวยงาม ย่านงานเครื่องจักสาน งานแกะสลักไม้ และย่านเครื่องเทศ (Souk El Attarine)

 

แวะชมสุสานของมูเลไอดริสที่ 2 (MoulayIdrissMausolemII) ที่ชาวโมร็อกโกถือว่าเป็นแหล่งมาแสวงบุญที่ศักดิ์สิทธิ์
พาท่านเยี่ยมชม สุเหร่าใหญ่ไคเราวีน (Kairaouine Mosque) ซึ่งเป็นทั้งมหาวิทยาลัยสอนศาสนาแห่งแรกของโมร็อกโกและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก (เข้าภายในได้เฉพาะผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามเท่านั้น)
นำท่านเดินชมย่านเครื่องหนังชมบ่อฟอกและย้อมสีหนังแบบโบราณ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเมืองเฟส ถูกอนุรักษ์โดยองค์กรยูเนสโก้
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองอิเฟรน (Ifrane)ระยะทาง 70 กม. (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.20 ชม.) เมืองอิเฟรนเป็นเมืองพักตากอากาศบนความสูงกว่า 1,650 เมตร ซึ่งในอดีตฝรั่งเศสได้มาสร้างเมืองขึ้นบริเวณนี้ เป็นสถานที่พักผ่อนทั้งฤดูหนาวและฤดูร้อน บ้านส่วนใหญ่มีหลังคาสีแดง มีดอกไม้และทะเลสาบสวยงาม หลังจากนั้นเดินทางไปยังเมือง MIDELT
เย็น รับประทานอาหารเย็น ที่ภัตตาคาร หรือ โรงแรม
ที่พัก: Hotel เมือง MIDELT
Remark : จัดกระเป๋าสำหรับการเดินทางไปค้างในทะเลทรายซาฮาร่า มีห้องน้ำให้เข้า แต่ไม่มีน้ำให้อาบจ๊ะ
กระดาษเปียงทิชชู่ ขนม และ ของกินเล่น ถ้าท่านใดต้องการจะจำติดตัวไป

 

?Day 6 : Midelt – เมืองเมอร์ซูก้า- ทะเลทรายซาฮาร่า Desert Camp B/L/D

*วันนี้ต้องแยกกระเป๋าเดินทางเล็กเพื่อเตรียมตัวขี่อูฐ เข้าทะเลทราย
นำท่านเดินทางสู่ เมืองเมอร์ซูก้า(Merzouga) เมืองในทะเลทรายซาฮาร่า ระยะทาง 268 กม.(ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ช.ม.)วันนี้เราจะขี่อูฐเข้าไปนอนแคมป์กลางทะเลทราย
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน อาหารพื้นเมือง
กระเป๋าใหญ่ ท่านสามารถ ฝากไว้ที่โรงแรมในเมืองเมอร์ซูก้า
จากนั้นนำท่านนั่งอูฐ เดินทางเข้าสู่ ทะลทรายซาฮาร่าทะเลทรายซาฮาร่า (SAHARA DESERT) เป็นทะเลทรายที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ที่สุดในโลกคือ มีเนื้อที่ ประมาณ 9.3 ล้านตารางกิโลเมตร (ใหญ่เท่าอเมริกาทั้งประเทศ) และตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกา

 

ทะเลทรายซาฮาร่ามีสิ่งแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการดำรงอยู่ของชีวิตมนุษย์ สัตว์ หรือพืชเพราะฝนตกน้อยมากและพื้นที่ไม่เหมาะแก่การเพาะปลูกหรือเลี้ยงสัตว์ ให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศยามเช้าในทะเลทรายซาฮาร่า ชมพระอาทิตย์ขึ้นจากเนินทราย ซึ่งเป็นภาพที่สวยงามน่าประทับใจ ชมบรรยากาศยามเย็นอันสวยงาม
ค่ำ:บริการอาหารเย็นที่แคมป์กลางทะเลทรายซาฮาร่า
หลังอาหารพักผ่อนกันตามอัธยาศัย (พักในทะเลทรายซาฮาร่าเป็นแคมป์ ที่พัก)
Camp: กลางทะเลทราย www.aubergedusud.com

 

? Day 7 : เมอร์ซูก้า ขี่อูฐในทะเลทรายซาฮาร่า – ทินเฮียร์– ทอด้าจอร์จ– วอซาเซท B/L/D

 

เช้า ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นนำท่าน ขี่อูฐชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ทะเลทรายซาฮาร่า ทะเลทรายซาฮาร่า (SAHARA DESERT)
ได้เวลานำท่านกลับสู่โรงแรมริมขอบทะเลทรายซาฮาร่า
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม เก็บสัมภาระ พร้อมออกเดินทาง
ออก เดินทางต่อไปยังเมืองทินเฮียร์แวะชม โอเอซิสTinerhirชุมชนที่เกาะกลุ่มอยู่รวมกัน ท่ามกลางความแห้งแล้ง ยังมีความชุ่มชื้นของโอเอซิส ต้นปาล์ม เคยเป็นที่ตั้งของกองทหารที่เดินทางมาจากวอซาเซท บนเส้นทางผ่านข้ามเขตแห้งแล้งแต่มีโอเอซิสที่หุบเขาเดดส์ (Dades) ซึ่งแนวเขาและธรรมชาติของหุบเขาที่ถูกกัดกร่อนจากแรงลม ทำให้หุบเขากลายเป็นรูปร่างต่างๆ สวยงาม

 

 

จากนั้นเดินทางสู่ ทอด้าจอร์จชมความงามของช่องเขาที่ซ่อนตัวอยู่ในโอเอซิสลำน้ำเกลือที่ไหลผ่านช่องเขากับหน้าผาสูงชันแปลกตาเป็นแหล่งปีนหน้าผาสำหรับนักเสี่ยงภัยทั้งหลาย

 


เที่ยง บริการอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร
จากนั้นออกเดินทางสู่ เมืองวอซาเซท (Ouarzazate) เคยเป็นที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ ในปี ค.ศ. 1928 ฝรั่งเศสได้ตั้งกองกำลังทหารและพัฒนาที่นี่ให้เป็นศูนย์กลางการบริหาร วอซาเซทเป็นเมืองถูกส่งเสริมให้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่แวดล้อมไปด้วยสตูดิโอภาพยนตร์ และมีการพัฒนาพื้นที่ในทะเลทรายเพื่อการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การขี่มอเตอร์ไซด์ อูฐ กิจกรรมผจญภัยกลางทะเลทราย

 

  • สำหรับในฤดูหนาว – ฤดูใบไม้ผลิ เดือน พ.ย.– เม.ย. ควรเตรียมเสื้อกันหนาวให้เพียงพอเพราะเมืองนี้อยู่ใกล้ภูเขาแอตลาส ที่มีหิมะปกคลุมในช่วงหน้าหนาว

ค่ำ บริการอาหารเย็นภัตตาคาร หรือ โรงแรม หลังอาหารพักผ่อนกันตามอัธยาศัย (พักโรงแรมเมืองวอซาเซท)
Hotel : (Ouarzazate) Aitbenhadou www.larosedusable.com

 

? Day 8 : วอซาเซท–ไอท์ เบนฮาดดู – มาราเกช B/L/D

 

เช้า บริการอาหารเช้าที่โรงแรม
เยี่ยมชมไอท์ เบนฮาดดู (AitBenhaddou) เมืองแห่งการถ่ายทำภาพยนต์ มีภาพยนตร์มากกว่า 20 เรื่องที่มาถ่ายทำที่เมืองนี้ ชม ป้อมไอท์ เบนฮาดดู (Kasbash of Ait Ben Hadou) เป็นป้อมที่งดงามและมีความใหญ่ที่สุดในโมรอคโคภาคใต้ เป็นป้อมหินทรายซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางสวนอัลมอนด์

 

ป้อมไอท์ เบนฮาดดู เป็นปราสาทที่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนต์หลายเรื่องที่โด่งดังอาทิ Lawrance of Arabia , Jesus of Nazareth และ Gladiator ปัจจุบันอยู่ในความดูแลขององค์การยูเนสโก้
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน
ออกเดินทางสู่ เมืองมาราเกช(Marakesh)ชมวิวทิวทัศน์ระหว่างเส้นทาง เมืองมาราเกชเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญที่ตั้งอยู่เชิงเขาแอตลาส ในอดีตเมืองมาราเกชเป็นโอเอซิสเป็นที่พักของกองคาราวานอูฐที่มาจากทางตอนใต้ของโมร็อกโก ถือเป็นเมืองชุมทางของพ่อค้าต่าง ๆ

 

นอกจากนี้ยังเป็นอดีตเมืองหลวงในช่วงสมัยราชวงศ์อัลโมราวิด ช่วงศ.ต.ที่ 11 ปัจจุบันเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุด สภาพบ้านเมืองที่เราเห็นได้คือ สองข้างทางแวดล้อมด้วยบ้านเรือนที่ถูกฉาบด้วยปูนสีส้มๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลกำหนดไว้ แต่คนท้องถิ่นจะเรียกว่า Pink City หรือ เมืองสีชมพู อาจกล่าวได้ว่า Wมาราเกชเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ที่สุดในโลกแห่งหนึ่งW จึงได้สมญานามว่าเป็น “A city of Drama” นั่นคือมี “ความสวยงามดั่งเมืองในละคร”

 

นำท่านเที่ยวชม จัตุรัสกลางเมือง DjemaaFnaa Squareที่มีขนาดใหญ่ รายล้อมไปด้วยอาคาร ร้านค้า ตลาด ทั้ง 4 ด้าน เดินเล่นถ่ายรูปความมีชีวิตชีวา ที่มีสีสันและกลิ่นอายแบบโมรอคโคขนานแท้ พร้อมจับจ่ายหาซื้อของฝาก ของที่ระลึกพื้นเมืองต่างๆ ได้ที่ ตลาดเก่า (Old Market) ที่อยู่รายรอบจัตุรัสอย่างเพลิดเพลิน
ค่ำ บริการอาหารเย็นภัตตาคารหรือ โรงแรม
พักโรงแรมเมืองมาราเกซ www.hotel-palaisalbahja.com หรือเทียบเท่า

 

 

? Day 9 : มาราเกช สวนจาร์ดิน พระราชวังบาเฮีย – คาซาบลังกา

เช้า บริการอาหารเช้าที่โรงแรม
นำท่านไปชม สวนจาร์ดีน มาจอแรล (Jardin Majorelle) หรือ สวนยิปแซงลอเร้นซ์ (Yves Saint Laurent Gardens) ชมสวนที่ถูกออกแบบโดยใช้สีฟ้า และสีส้มเป็นองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นเสา แจกัน และชมนานาพรรณของต้นไม้แห่งทะเลทราย จากนั้นนำท่านผ่านชม มัสยิด คูตูเบีย (Koutoubia Mosque) ซึ่งเป็นมัสยิดใหญ่เก่าแก่ที่สุดในเมือง ไม่ว่าจะเดินไปแห่งใดในตัวเมืองก็จะเห็นมัสยิดนี้ได้ จากหอวังที่มีความสูง 226 ฟิต (70 เมตร)
นำท่านเยี่ยมชม พระราชวังบาเฮีย (Bahia Palace) เป็นพระราชวังของท่านมหาอำมาตย์ ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทนยุวกษัตริย์ในอดีต สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดย Si Moussa สถาปัตยกรรมออกเป็นแนวสมัยใหม่ โดยที่ตั้งใจจะให้เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และหรูหราที่สุดในสมัยนั้น พระราชวังมีการตกแต่งโดยการแกะสลักปูนปั้น (Stucco) มีการวาดลายบนไม้และประดับประดาด้วยโมเสกเป็นลวดลายที่สวยงามละเอียดอ่อนมาก
เที่ยง อาหารกลางวัน
ออกเดินทางสู่ เมืองคาซาบลังกา(ระยะทาง 237 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.40 ชม.) คาซาบลังก้า หมายถึง บ้านสีขาว เมืองที่คนทั่วโลกรู้จัก เพราะนอกจากจะเป็นเมืองท่าและเป็นที่ตั้งท่าอากาศยานระหว่างประเทศแล้ว ยังถูกใช้เป็นฉากในภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดเรื่อง Casablanca (โดยที่ไม่ได้ถ่ายทำในคาซาบลังก้าเลย) เป็นเรื่องราวความรักระหว่างนายทหารอเมริกันและหญิงคนรัก ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้คาซาบลังก้าเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก และปัจจุบันเป็นเมืองเศรษฐกิจหลักของโมร็อกโกที่มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณเกือบ 5 ล้านคน
เย็น บริการอาหารเย็นภัตตาคาร หลังอาหารพักผ่อนกันตามอัธยาศัย

 

 

 

Hotel : Casablanca  www.moroccanhousehotels.ma หรือเทียบเท่า

 

 

? Day 10 : คาซาบลังกา สุเหร่ากษัตริย์ฮัสซันที่ 2 – กรุงโดฮา – กรุงเทพฯ B/-/-

เช้า บริการอาหารเช้าที่โรงแรม
จากนั้นนำท่านชม สุเหร่ากษัตริย์ฮัสซันที่ 2 มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเมืองเมกกะ สุเหร่านี้งดงามประณีตด้วยสถาปัตยกรรมแบบโมรอคโคทุกแขนง ชมทิวทัศน์รอบๆ สุเหร่าอันเป็นจุดชมวิวริมฝั่งทะเล ซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนที่สวยงามของชาวโมรอคโคที่ชอบมาเดินเล่นหลังจากปฏิบัติ
เที่ยง อิสระรับประทานอาหารกลางวัน ที่สนามบิน
14.00 น.ออกเดินทางกลับสู่ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ โดยสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์เที่ยวบินที่ QR1396

 

? Day 11 : โดฮา – สนามบินสุวรรณภูมิ

23.55 น. ถึง สนามบินกรุงโดฮา รอต่อเครื่องเพื่อเดินทางต่อกลับกรุงเทพฯ
01.55 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดย สายการบินกาตาร์ แอร์เวย์เที่ยวบินที่ QR 834
12.10 น. ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

 

? อัตราค่าบริการท่านละ

5 -9 ท่าน ราคาต่อท่าน xx,xxx บาท
10ท่าน ราคาต่อท่าน xx,xxx บาท
12 ท่านขึ้นไป ราคาต่อท่าน xx,xxx บาท


? ค่าบริการนี้รวม
1.ค่าตั๋วเครื่องบินสายการบินกาต้าร์แอร์เวย์ ตามโปรแกรมทัวร์ หรือเทียบเท่า
2.ค่าโรงแรมที่พัก9 คืน (พักห้องละ 2 ท่าน ระดับ 3-4 ดาวหรือเทียบเท่าโรงแรมสวยน่ารักปลอดภัย
และนอนค้างกลางแคมป์ทะเลทราย 1 คืน
3.ค่ารถนำเที่ยว ประเทศโมร๊อคโค
4. ค่าอาหารตามที่ระบุในโปรแกรม
5 ค่าวีซ่า ประเทศโมร๊อคโค
5.ค่าประกันสุขภาพ ตามเงื่อนไข กรมธรรม์ (ประกันภัยไม่ครอบคลุมผู้ที่อายุเกิน 70 ปี)
6.ค่าภาษีสนามบินตามระบุในโปรแกรม
7.ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ + ค่าอูฐ เข้าทะเลทราย ตามที่ระบุ ตามโปรแกรม
8.มัคคุเทศก์ ท้องถิ่น และ สต๊าฟไทย

 
? ค่าบริการนี้ไม่รวม
1. ค่าน้ำหนักเกินพิกัดตามสายการบินกำหนด 30 กิโลกรัมได้2 ใบรวมกันไม่เกิน 30 โล และ ถือขึ้นเครื่องได้ 7 กก ตามขนาดที่สายการบินกำหนด
2. ไม่รวมค่าใช้จ่ายส่วนตัว และ อื่น ที่ไม่รวมตามโปรแกรม
3. ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น คนขับรถ และ ไกด์ไทย

 
สิ่งที่ควรนำติดตัว : กล้องถ่ายรูป, ของใช้ส่วนตัว, ยารักษาโรคประจำตัว, รองเท้าสวมใส่สบาย
บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการนำเที่ยวตามความเหมาะสมและสถานการณ์ต่างๆ ทั้งนี้ทางบริษัทฯ จะยึดถือและคำนึงถึงความปลอดภัย รวมถึงผลประโยชน์สูงสุดของลูกค้าเป็นสำคัญ

 

Did you find apk for android? You can find new Free Android Games and apps.