ทัวร์ต่างประเทศ,

★ Iceland Road Trip 12 Days ตามล่าแสงเหนือ ที่ไอซ์แลนด์ (ฤดูหนาว) ★

Want create site? With Free visual composer you can do it easy.

:: Highlight ::

ตามล่าหาแสงเหนือ  ดินแดนแห่งภูเขาไฟขั้วโลกเหนือ ที่ประเทศไอซ์แลนด์ (Iceland) เที่ยวครบเมืองสวยรอบเกาะไอซ์แลนด์ เที่ยวเมืองหลวงเรคยาวิกโกลเด้นเซอร์เคิลซิงเควลลีร์ น้ำพุร้อนเกย์ซีร์ น้ำตกกลูฟอสสโกการ์ฟอสส์ เมืองวิคค์ ธารน้ำแข็งวัทนาโจกุล ไอซ์เบิร์กโจกุลซาลอน ไฮไลต์ถ้ำน้ำแข็ง (เฉพาะช่วงเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์) น้ำตกเดทติฟอสส์ ทะเลสาบมายด์วัทท์ น้ำตกโกดาฟอสส์ เมืองอาคูเรย์รี่ แลนด์มาร์คเคิร์กจูเฟล แช่น้ำแร่บลูลากูนตามล่าหาแสงเหนือ

 

★ Iceland Road Trip 12 Days ตามล่าแสงเหนือ ที่ไอซ์แลนด์ (ฤดูหนาว) ★

ประเทศไอซ์แลนด์ ในฤดูหนาวทั้งเกาะจะขาวโพลนไปด้วยหิมะ ถนนหนทางจะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ ภูเขาหุบเขาจะเป็นสีขาว  น้ำตกเป็นน้ำแข็ง  อากาศที่ประเทศไอซ์แลนด์แปรปรวนตลอดเวลา เพราะฉะนั้นการขับรถท่องเที่ยวในไอซ์แลนด์ อาจจะมีการปรับเปลี่ยนโปรแกรมได้ตลอดเวลา บางทีถนนลื่น และ บางทีมีฝนตกหนัก บางทีหิมะตกหนัก เราต้องหยุดพักกันเป็นระยะ เพื่อเช็คเส้นทางกันตลอดเวลา

“แสงเหนือ” คืออะไร

แสงเหนือ ภาษาอังกฤษ มีชื่อเรียกว่า ออโรร่า บอเรลลีส (Aurora Borealis) ตั้งขึ้นโดย กาลิเลโอ กาลิเลอิ นักวิทยาศาสตร์ชื่อดัง โดยแสงเหนือเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ก่อให้เกิดความสวยงามตระการตาไปทั่วท้องฟ้า มองดูคล้าย ๆ หมู่ดาวและแสงจากท้องฟ้ากำลังเต้นระบำอย่างงดงาม ซึ่งแสงออโรร่าปรากฏในหลายสีด้วยกัน มีทั้งแสงสีเขียว แสงสีฟ้า แสงสีชมพู สีแดง สีเหลือง หรือแม้กระทั่งสีม่วงก็เคยมีให้เห็นกันมาแล้ว

ทั้งนี้แสงออโรร่ามักจะเกิดในบริเวณแถบขั้วโลก โดยหากเกิดในทางเหนือก็จะเรียกว่าแสงเหนือ แต่หากเกิดขึ้นทางใต้ก็จะถูกเรียกว่าแสงใต้ หรือภาษาอังกฤษ คือ Aurora Australis แต่หากใช้คำว่า Aurora Polaris จะหมายถึง แสงขั้วโลก ใช้เรียกทั้งแสงเหนือและแสงใต้

สำหรับการดูแสงเหนือที่ไอซ์แลนด์ ในเดือนตุลาคม-เมษายน สามารถเห็นได้ ในสภาพอากาศดี ฟ้าเปิด

Web เช็ค แสงออโรร่า  Solarham.net

 

ระยะเวลาการเดินทาง: 12 วัน
ตารางโปรแกรมการวันที่เดินทาง ปี 2560:

**ล่าแสงเหนือ เดือนตุลาคม – เมษายน (*ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศด้วย) ***

 

**ไอซ์แลนด์ ฤดูร้อนที่ไม่รู้ร้อน เดือนพฤษภาคม – กันยายน**

 

ดูโปรแกรม ไอซ์แลนด์ ดูนกฟัฟฟิน (ฤดูร้อน)

★ Iceland Road Trip 13 Days ไอซ์แลนด์ ดูนกฟัฟฟิน (ฤดูร้อน) ★

 

★ เดือนมกราคม – เมษายน (ราคา 125,000 บาท*)

★ เดือนพฤษภาคม – กันยายน (ราคา 135,000 บาท*) ฤดูร้อน 12 วัน

★ เดือนตุลาคม – ธันวาคม (ราคา 125,000 บาท*)

5 – 16 เมษายน
17 – 28 พฤษภาคม
14 – 25 มิถุนายน
19 – 30 กรกฎาคม
16 – 27 สิงหาคม
4 – 15 ตุลาคม
14 – 25 ตุลาคม
1 – 12 พฤศจิกายน
15 – 26 พฤศจิกายน
30 พฤศจิกายน – 11 ธันวาคม
13 – 24 ธันวาคม

 

 

:: โปรแกรมการเดินทาง ::

วันที่ 1       กรุงเทพ – ออสโล

22.00น.     พบกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ  เช็คอินสายการบินไทย

 

วันที่ 2       ออสโล – เรคยาวิค

00.20น.     กรุงเทพ-ออสโลประเทศนอร์เวย์บินตรง

06.50น.     ถึงสนามบินกรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์  เมืองหลวงนอร์เวย์

09.45 น.    เปลี่ยนเครื่องเดินทางต่อด้วยสายการบิน _______

เดินทางถึงสนามบินเคฟลาวิก (Keflavik International Airport) ประเทศไอซ์แลนด์ นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร รับรถเช่า เวลาที่เมืองเรคยาวิคช้ากว่าเมืองออสโล 1ชั่วโมง

นำท่านเข้าเมืองเรคยาวิก (Reykjavík) ซึ่งได้รับสมญานามว่า “อ่าวแห่งควัน” เนื่องจากมีควันไอน้ำพวยพุ่งขึ้นมาจากบ่อน้ำร้อนตลอดเวลา อันเป็นผลมาจากความร้อนของภูเขาไฟใต้ท้องทะเล นอกจากนี้เมืองเรคยาวิกยั้งมีตำนานไวกิ้งโบราณ ซึ่งมีหลักฐานแสดงว่าได้เข้ามาปกครองดินแดนแถบนี้มาก่อน กรุงเรคยาวิกเป็นเมืองหลวงของประเทศไอซ์แลนด์ และเป็นเมืองหลวงที่ตั้งอยู่ใกล้กับขั้วโลกเหนือมากที่สุด โดยตั้งอยู่ไม่ไกลจากเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล ซึ่ง IngolfurArnarsonชาวนอร์ดิคเป็นผู้อพยพคนแรกที่มาตั้งรกรากที่เรคยาวิกในปี ค.ศ.870และเมื่อเรคยาวิก กลายเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางทางการค้าและธุรกิจการประมง จึงได้มีการก่อตั้งให้เป็นเมืองหลวงในปี ค.ศ.1786

นำท่านชมโบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยา (Hallgrímskirkja) โบสถ์ทางศาสนาคริสต์ที่สูงที่สุดในไอซ์แลนด์ เป็นจุดที่สูงอีกจุดหนึ่งของเมือง โบสถ์นี้มีความสำคัญในฐานะเป็นศาสนสถานและเป็นสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์ของสถาปนิกกุดโยน(GuðjónSamúelsson) ซึ่งเป็นผู้ออกแบบสถาปัตยกรรมแนวอิมพราสชั่นนิสท์ เริ่มสร้างในปี ค.ศ.1945 จนกระทั่งแล้วเสร็จในปี ค.ศ.1986 รวมเวลาก่อสร้างกว่า 38 ปีชมโบสถ์กลางเมือง

จากนั้นเดินทางไปชม Harpa Reykjavik อาคารสมัยใหม่สร้างด้วยกระจก ออกแบบตามรูปทรงของหินบะซอลต์ เป็นศูนย์แสดงดนตรีและศูนย์การประชุม เพิ่งเปิดเมื่อปี 2010 ที่ผ่านมา จากนั้นเที่ยวชมสถาปัตยกรรม Solfar (Sun Voyager) Sculptureที่ตั้งอยู่ริมอ่าวเรคยาวิก จุดถ่ายภาพยอดนิยมอีกแห่งหนึ่ง

ค่ำ              เข้าพักที่เรคยาวิก(Reykjavík)

 

วันที่ 3 Reykjavik เรคยาวิค – Þingvellir ซิงเควลลิร์ – Geysir น้ำพุร้อนเกย์ซีร์ – Gullfoss น้ำตกกูลฟอสส์

เช้า             รับประทานอาหารเช้า นำท่านเที่ยวชมความมหัศจรรย์เหนือธรรมชาติของไอซ์แลนด์ ในเส้นทางวงกลมทองคำ หรือ (Golden Circle) สัมผัสทัศนียภาพของทุ่งหญ้าสลับกับทุ่งลาวา ฝูงสัตว์นานาชนิดทั้ง แกะ วัว ม้า ที่เลี้ยงและหากินตามธรรมชาติ นำท่านเข้าชมความงามของธรรมชาติที่สรรสร้างขึ้นภายใน อุทยานแห่งชาติซิงเควลลิร์ (Thingvellir National Park) ซึ่งได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ตั้งอยู่ระหว่างรอยแยกของหุบเขากับทะเลสาบ Þingvallavatnซึ่งเป็นทะเลสาบตามธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในไอซ์แลนด์ ใกล้กับคาบสมุทรเรกยาเนส (Reykjanes) และภูเขาไฟเฮนกิลล์Hengill เป็นจุดกำเนิดทางประวัติศาสตร์และทางธรณีวิทยา เพราะเป็นจุดที่มีรอยเลื่อนของโลกเป็นระยะทางหลายหมื่นกิโลเมตร (หมายเหตุ: หากต้องการชมความงามของวงแหวนมหัศจรรย์วงใหญ่ต้องใช้เวลาท่องเที่ยวอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง ทางทัวร์จึงจัดให้ท่านได้เที่ยวชมแบบเต็มๆ)

ได้เวลานำท่านเดินทางชมน้ำพุร้อนธรรมชาติ (Geysir) น้ำพุร้อนหรือเกย์ซีร์ ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า กีเซอร์ ที่ใช้กันทั่วโลก น้ำพุร้อนที่นี่พวยพุ่งขึ้นสูงกว่า 180 ฟุต ทุกๆ 7 – 10 นาที พลังงานที่อยู่ใต้หินเปลือกโลก ขับเคลื่อนออกมาเป็นน้ำพุร้อนช่วยให้อากาศอบอุ่นเย็นสบายและรัฐบาลได้นำประโยชน์จากแหล่งความร้อนทางธรรมชาตินี้มาเป็นพลังงานไฟฟ้าส่งใช้ทั่วประเทศ

บ่าย นำท่านเดินทางสู่กูลฟอสส์ (Gullfoss)เพื่อชมความงามของ น้ำตกกูลฟอสส์ หรือ ไนแองการ่าแห่งไอซ์แลนด์ถือเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศ และยังเป็น 1 ใน 3 สถานที่ในเส้นทาง “วงแหวนทองคำ” สถานที่ที่ผู้มาเยือนไอซ์แลนด์ไม่ควรพลาด น้ำตกGullfossนี้มาจากคำว่า Gull ที่แปลว่าทองคำและ Foss ที่แปลว่าน้ำตก  เมื่อรวมกันหมายถึงน้ำตกทองคำ เป็นหนึ่งในความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติระดับโลกที่เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็งและลดระดับลงในโตรกเขาเบื้องล่างในระดับความสูงกว่า 30 เมตร

ค่ำ  เดินทางเข้าสู่ที่พัก HótelSkógafossโรงแรมเดียวที่ตั้งอยู่ด้านหน้าของน้ำตก หลังอาหารค่ำตั้งกล้องรอชมแสงเหนือจากหน้าบ้านพักซึ่งมืดสนิทในเวลากลางคืน หรือจะเลือกมุมกล้องที่มีฉากหน้าเป็นน้ำตกสโคกาฟอส์ส ก็ได้ภาพที่งดงามไม่น้อยเช่นกัน
วันที่ 4       Skogarfoss น้ำตกสโกก้าฟอสส์ – Seljalansfoss น้ำตกเซลยาลันส์ฟอสส์ –แหลม Dyrholaey – เมือง Vik – อุทยานแห่งชาติ Skaftafell

เช้า             รับประทานอาหารเช้าจากนั้นนำท่านแวะชมน้ำตกสโกก้าฟอสส์ (Skogarfoss Waterfalls) ความสูง 62 เมตร ประทับใจกับความสวยงามของน้ำตกที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งแผ่กระจายมาจากหน้าผาสูง แรงกระแทกของปลายสายน้ำเกิดเป็นละอองฟุ้งไปทั่วบริเวณ ทำให้หญ้าตระกูลมอสและเฟิร์นเติบโตปกคลุมหินที่เรียงรายริมลำธารเบื้องล่างอย่างสวยงาม โอบล้อมไปด้วยทุ่งลาวา โตรกผาและหุบเหว เป็นทัศนียภาพที่สวยงามและน่าประทับใจกับผู้ที่มาเยือนไอซ์แลนด์

นำท่านชมน้ำตกอีกแห่งที่สวยงามไม่แพ้กัน น้ำตกเซลยาลันส์ฟอสส์ (Seljalansfoss Waterfalls) น้ำตกที่มีชื่อเสียงของไอซ์แลนด์ ซึ่งบริเวณด้านหลังม่านน้ำตกสามารถเดินเข้าไปสัมผัสได้จากนั้นนำทุกท่านถ่ายรูปคู่กับภูเขาไฟเอยาฟจาลลายุค (Eyjajallajikull) ภูเขาไฟอันโด่งดังของไอซ์แลนด์ ภายหลังจากการปะทุในช่วงปีค.ศ.2010 ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาถ่ายรูปความสวยงามของภูเขาไฟแห่งนี้ ที่ยอดเขาปกคลุมไปด้วยหิมะตลอดทั้งปีอีกด้วย

เดินทางตามแนวชายฝั่ง ผ่านทุ่งลาวาขนาดใหญ่ที่ปัจจุบันถูกปกคลุมด้วยมอสหนานุ่ม ดุจผืนพรมอันกว้างใหญ่ ในเส้นทางแสนสวย South Shore ประเทศไอซ์แลนด์มีชื่อเสียงในเรื่องของการค้นพบพลังงานความร้อนใต้พิภพ ซึ่งเป็นพลังงานที่ถูกนำมาใช้ทดแทนเชื้อเพลิง ทำให้ประเทศแห่งนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองที่ไร้มลพิษ นอกจากนี้พลังงานดังกล่าวยังถูกนำมาใช้ในด้านสาธารณูปโภคอีกด้วย ทัศนีย ภาพสองข้างทางเว้นระยะไปด้วยฟาร์มปศุสัตว์ ฉากหลังเป็นภูเขาไฟเฮกลา (Hekla) ที่มีความสูงถึง 1,491 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลและมีชื่อเสียงที่สุดในไอซ์แลนด์ผ่านการระเบิดมาแล้วถึง 18 ครั้งล่าสุดในปี 2000

นำท่าน เดินเล่นบริเวณหน้าผาเดียร์โฮไล“Dyrholaey”เดิมเรียนกว่าเคปพอร์ตแลนด์โดยชาวอังกฤษ อีกหนึ่งสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยว เพราะว่าอยู่ไม่ไกลจากถนนเส้นหลักลักษณะเด่น คือ เป็นหินที่ก่อตัวเป็นรูปโค้ง มีทางลอดตรงกลางซึ่งการโค้งนี้เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟในอดีตเรียกว่าเคปพอร์ตแลนด์ จุดเด่นของที่นี่คือ หาดลาวาสีดำสนิท ทอดตัวยาวหลายสิบกิโลโมตร ที่ริมผา เราจะเป็นปฏิมากรรมธรรมชาติ เป็นแหลมหินที่มีรูขนาดใหญ่ยื่นลงไปในทะเล มองกลับไปด้านหลังจะพบกับธารน้ำแข็ง Mýrdalsjökull glacierนำท่านแวะชม หาดทรายสีดำ (Black Beach) ซึ่งเกิดจากการสึกกร่อนของหินลาวาและแนวหินบะซอลต์ นับเป็นหนึ่งในชายหาดที่แปลกตาและมีความสวยงามที่หนึ่งบนโลก มหัศจรรย์กับแท่งหินที่ตั้งซ้อนขึ้นเป็นทิวแถว ลดหลั่นมากมาย ริมฝั่งมหาสมุทร นับเป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่น่ามหัศจรรย์อย่างยิ่ง

บ่าย นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านวิก (Vik) หมู่บ้านเล็กๆทางตอนใต้สุดของไอซ์แลนด์ ชมTrolls in Reynisdrangar ที่มีตำนานกล่าวขานว่า พวกปีศาจพยายามแอบลากเรือออกจากฝั่งของเมือง Vikแต่ถูกจับได้ โดยเทพแห่งแสงแดดในยามรุ่งสาง จึงถูกสาบให้กลายเป็นหินรูปทรงน่ากลัว ตั้งอยู่ในท้องทะเล

เดินทางต่อสู่เขตอุทยานแห่งชาติ Skaftafel อันมีภูมิประเทศคล้ายคลึงกับเทือกเขา Alp เป็นเขตธารน้ำแข็งที่ก่อต่อขึ้นมาหลายพันปีจากอิธิพลของการระเบิดของภูเขาไฟใต้ธารน้ำแข็ง ที่ทำให้เกิด Glacier floods

ค่ำ เข้าพักเมืองใกล้อุทยานskatafel

เดินทางออกนอกเมืองทัวร์ชมแสงเหนือ

 

วันที่ 5       Skaftafell National Park – โจกุลซาลอน Jokulsalon – ธารน้ำแข็งพันปีวัทนาโจกุล – Hofn

เช้า วันนี้ต้องเตรียมตัวเดินเที่ยว  เดินเท้า ชมน้ำตก รองเท้า เสื้อผ้าเดินเที่ยวชมตกทางราบ  เป็นระยะทาง 2.5 กม.  ไปกลับใช้เวลาอย่างน้อย 2 ชม  เดินไปถ่ายรูปไป  น้ำตก Svartifoss หรือ Black Waterfall ชมความอัศจรรยแห่ง ธรรมชาติที่รังสรร ความแปลกตาทางธรณีวิทยา (เดินขึ้นลงเขา หนาวต้องเตรียมตัว สำหรับการเดิน รองเท้า )

บ่าย  ถ่ายภาพทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอน (Jokulsarlon) ซึ่งรู้จักกันเป็นอย่างดีว่าเป็นทะเลสาบธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์ เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็งมากขึ้นๆ ในทุกๆ ปี ปัจจุบันมีพื้นที่กว้างถึง 8 ตารางกิโลเมตร โดยมีความลึกของน้ำในทะเลสาบถึง 200 เมตร ตื่นตาตื่นใจกับไอซ์เบิร์ก หรือ ภูเขาน้ำแข็งก้อนโตๆ เรียงรายโผล่พ้นพื้นน้ำของทะเลสาบ ยามกระทบแสงแดดก่อให้เกิดสีสันสวยงาม น่าประทับใจยิ่งนับได้ว่าเป็นภาพธรรมชาติที่มีอยู่เพียงไม่กี่แห่งในโลก

 ค่ำ พักที่เมือง Hofn  Apartment

เดินทางออกนอกเมืองทัวร์ชมแสงเหนือ

วันที่6        Hofn-Eglissadir-Dettifoss-Myvatn

เช้า รับประทานอาหารเช้า จากนั้นเดินทางมุ่งหน้าสู่ฝั่งตะวันออกของเกาะIcelandสู่เมืองEglistadirเมืองเอกแห่งใหม่ของIceland พาท่านเดินทางลัดเลาะท่องเที่ยวตามฟยอร์ด หรือแอ่งน้ำขนาดใหญ่ตามชายฝั่ง ที่เกิดจากการกัดกร่อนของธารน้ำแข็งในอดีต

ออกเดินทางข้าม Pass Modradalsfjallgurdar อันมีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี ตลอดเส้นทางเราจะเห็นวิว เป็นหุบเขาสีขาว สวยงาม

บ่าย แวะเที่ยวชมน้ำตก Dettifoss(เดินจากจุดจอดรถ 800 เมตร) เป็น น้ำตกแห่งนี้เป็นน้ำตกที่ใหญ่และทรงพลังที่สุดในทวีปยุโรป ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติ Vatnajökull ตื่นตาตื่นใจกับความกว้างของชั้นน้ำตกที่กำลังไหลลงมา เป็นภาพที่สวยงามอย่างยิ่งอันเป็นสถานที่ถ่ายภาพยนต์เรื่อง Prometeus

ค่ำ  นำท่านเดินทางสู่ เขตทะเลสาบมิวัตน์ “Myvatn Lake” ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ่อน้ำพุร้อนซึ่งมีผลพวงมาจากลาวาภูเขาไฟ และพื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรณีวิทยา และได้รับการประกาศให้เป็นเขตอนุรักษ์ของไอซ์แลนด์ ในปี ค.ศ. 1974

เดินทางเข้าพักที่เมือง Mývatnเดินทางออกนอกเมืองทัวร์ชมแสงเหนือ

วันที่ 7 Myvattมิวัตน์–น้ำตกโกด้าGodafoss- Akureyri

เช้า  รับประทานอาหารเช้า ชมHverarondorHverir อันเป็นทางออกของพลังงามความร้อนจากใต้พิภพ เยี่ยมชมสถานีพลังงานKrafla เป็นสถานีพลังงานความร้อนใต้พิภพใหญ่ที่สุดของประเทศ ขนาด60 เมกะวัตต์ตั้งอยู่ใกล้ภูเขาไฟ Kraflaในไอซ์แลนด์

เดินทางสู่น้ำตกโกดาฟอสส์ (Godafoss Waterfall) หรือที่รู้จักในนาม น้ำตกของพระเจ้า “The Waterfalls of Gods” หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของประเทศไอซ์แลนด์ และเป็นหนึ่งในน้ำตกที่มีความงดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไอซ์แลนด์ โดยน้ำตกมีความสูงประมาณ 12 เมตร และมีความกว้างมากกว่า 30 เมตร น้ำตกถูกค้นพบโดยนักบุญชาวคริสต์ 1,000 ปีก่อนคริสตกาล ตั้งอยู่ไม่ไกลจากภูเขาไฟคลาฟฟา (Krafla Volcano)

บ่าย  นำท่านเดินทางสู่ เมืองอาคูเรย์รี่ (Akureyri)เมืองใหญ่อันดับสองของไอซ์แลนด์ และยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของไอซ์แลนด์อีกด้วย บ้านเรือนถูกปลูกสร้างจากไม้ทาสีสันสดใสตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ บ้างก็ปลูกบนเนินลาดชันซึ่งมีภูมิศาสตร์อยู่ติดภูเขาแต่จัดตั้งเป็นระเบียบอย่างลงตัว ตลอดเส้นทางท่านจะได้ชมทัศนียภาพอันสวยงามของไอซ์แลนด์ ประเทศที่ได้ขึ้นชื่อว่าไม่มีต้นไม้สูง มีผืนหญ้าและต้นมอสหลากสีสุดสายตา สวยงามมาก

เมืองอาคูเรย์รี่มีแม่น้ำโครสซาเนสบอร์เกียร์ (Krossanesborgir) เป็นแม่น้ำสายสำคัญของเมืองไหลผ่าน นำท่านชมบ้านเรือนที่จัดแผนผังเมืองเมืองอย่างเป็นระเบียบ สวยงาม ชม โบสถ์อาคูเรย์รี่ เป็นสัญญลักษณ์ของเมือง เป็นโบสถ์คริสต์นิกายลูเธอรันออกแบบโดยสถานปนิกGudjon Samuelsson สร้างปี 1940  หน้าต่างกระจกสีกลางเหนือแท่นบูชาสวยงามมาก ภาพแกะสลักนูนบนระเบียงโดยประติมากรแสดงการบัพติสมาเดินถนนคนเดินเมือง

พักที่ (นอนที่Akureyri)

 

วันที่ 8 Snafellsjokull– Kirkjufell

เช้า รับประทานอาหารเช้า

เดินทางสู่ Snafellsjokull ชมอีกหนึ่งLandmarkของเกาะIceland ที่ Kirkjufellภูเขาทรงหมวก และน้ำตก Kirkjufellsfossวันนี้เราจะปล่อยให้ท่านอิสระและ ถ่ายภาพ น้ำตก และ ภูเขาทรงหมวก

พักที่เมือง Grundarfjordur

พาท่านชมแสงเหนือที่จุดชมวิวภูเขาเคิร์คจูเฟลมีฉากหน้าเป็นน้ำตก และเงาสะท้อนน้ำที่งดงาม เป็นสุดยอดสถานที่ถ่ายภาพแสงเหนือและเป็นภาพ

 

วันที่ 9 Grundafjordur – บลูลากูน ฺBluelagoon – Keflavik

เช้า รับแสงเช้าที่ Kirkjufellก่อนออกเดินทางข้าม Pass Vatnaleid กลับสู่เมือง เรคยาวิค

บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองกรินดาวิก สู่ Bluelagoon หรือทะเลสาบสีฟ้า ที่นี่เป็นนำพุร้อนที่มีชื่อเสียงที่สุดของไอซ์แลนด์  ตั้งอยู่ในเขตลาวาใน Grindavikหากมาเที่ยวที่บ่อน้ำพุร้อนบลูลากูนแห่งนี้นอนแช่ในบ่อน้ำพุร้อนที่มีอุณหภูมิความร้อนของน้ำเฉลี่ยอยู่ที่ 40 องศาเซลเซียสได้อย่างสบายๆ เกิดความรู้สึกผ่อนคลายได้ดี อีกทั้งตัวน้ำพุร้อนอันบริสุทธิ์นี้ยังเต็มไปด้วยแร่ธาตุมากมาย ว่ากันว่าช่วยรักษาโรคได้ด้วย (กรุณาเตรียมชุดว่ายน้ำและผ้าเช็ดตัวไปด้วยสำหรับแช่น้ำพุร้อน)

อิสระให้ท่านอาบน้ำแร่ธรรมชาติผ่อนคลายไปกับ Stream & Sauna เพื่อการพักผ่อนตามอัธยาศัย

ค่ำ              นอน Bed and Breakfast Keflavík Airport

 

วันที่10เรคยาวิค- ออสโล

05.00 น.  สนามบินนานาชาติเคฟลาวิกออกเดินทางสู่เมืองออสโลด้วยเที่ยวบิน  ______

11.05 น.   เดินทางถึงสนามบิน ประเทศนอร์เวย์ เมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์ ซึ่งสมัยก่อนเคยเป็นอาณานิคมใหญ่ของชุมชนชาวไวกิ้งโบราณ จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าเหตุใดคนส่วนใหญ่ในแถบนี้จึงมีเชื้อสายไวกิ้งกันเกือบทั้งสิ้น หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว

 

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง กรุงออสโล ซึ่งตั้งอยู่ขอบด้านเหนือของอ่าวฟยอร์ด(FJORD) ตัวเมืองประกอบด้วยเกาะ 40 เกาะมีเกาะที่ใหญ่ที่สุดชื่อ MALMOYA นอกจากนี้ยังมีทะเลสาบ 343 แห่ง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำจืดสำคัญของเมือง นำท่าน ชมเมืองออสโล ผ่านชีวิตผู้คนในกรุงออสโลที่ดูสดชื่น รีแลกซ์ ไม่ตึงเครียด มีความบันเทิงกลางแจ้งตามท้องถนนให้ชม โดยมีถนนหลัก Karl Johans Gate ซึ่งเริ่มจากสถานีรถไฟ Central Station ผ่านรัฐสภา โรงละครแห่งชาติ มหาวิทยาลัยจนถึงพระราชวัง ซึ่งรายล้อมด้วยร้านค้า ร้านอาหาร แหล่งชุมชนสังสรรค์ สำหรับให้นักท่องเที่ยวได้เดินเล่นชมเมือง
วันที่ 11 ออสโล – กทม

เช้า             รับประทานอาหารเช้า

10.00 น.      เตรียมตัวเดินทางไปสนามบินออสโล   Check in  สายการบินไทย(ใช้เวลาเดินทาง 11 ชม )

14.00 น.      ออสโล – กรุงเทพ  TG951

 

วันที่ 12  กรุงเทพมหานคร

06.15 น  เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

 

***โปรแกรมอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม***

 

ข้อควรทราบ สำหรับทริป ขับรถกรุ๊ปเล็กเล็ก
1 ) อุณหภูมิที่ไอซ์แลนด์ เดือนกุมภาพันธ์   กลางคืนประมาณ  -10 ถึง -20 องศาเซลเซียส, กลางวันประมาณ  0-5 องศาเซลเซียส

2)   กระเป๋าเดินทางขนาด 24 นิ้ว ไม่ควรใหญ่กว่านั้น เพราะรถที่เราใช้ ขนาดรถตู้  9 ที่นั่ง ได้  7 ท่าน รถตู้  14 ที่นั่ง  นั่งได้ 10 ท่าน   และรถ 7ที่นั่ง 5 ท่าน

3)  ควรจะมีการสลับที่นั่งกันบ้างในรถแต่ละคัน
4) อัตราแลกเปลี่ยน 1 ISK = 0.35บาท (โดยประมาณ )ควรแลกเงินยูโร เพื่อแลกเป็นเงิน ISK ที่สนามบินเรคยาวิก
5)อาหารกลางวันและอาหารค่ำ ไม่รวมในค่าทริป ประมาณมื้อละ 100 – 200 ISK

6)  โรงแรมเราจะพักหลายแบบ ทั้งเป็นแบบโรงแรม แบบเกสเฮ้าส์ หรือ แบบอพาทเม้น มีห้องครัวสำหรับการทำอาหาร
7) กรุณาเตรียมชุดว่ายน้ำและผ้าเช็ดตัวไปด้วยสำหรับแช่น้ำพุร้อน

8)   เสื้อผ้ากันหนาวที่รองรับอุณหภูมิอย่างน้อย 0 องศาเซลเซียสอุปกรณ์กันหนาวและเสื้อกันฝน  ถุงมือ ผ้าพันคอหมวกกันหนาว ลองจอนด์หรือ กางเกงเร็กกิ้งอย่างหนา รองเท้าชนิดกันน้ำและพื้นสามารถเดินบนหิมะ  รองเท้าสำหรับ Treking

9) น้ำดื่มที่ไอซ์แลนด์ดื่มได้

 

 

อัตราค่าบริการ ต่อท่าน   

★ เดือนมกราคม – เมษายน (ราคา 125,000 บาท*)

★ เดือนพฤษภาคม – กันยายน (ราคา 135,000 บาท*) ฤดูร้อน 12 วัน

★ เดือนตุลาคม – ธันวาคม (ราคา 125,000 บาท*)

***ราคาอาจปรับเปลี่ยนได้ ตามราคาค่าตั๋วและ ภาษีน้ำมัน และ อัตราการแลกเปลี่ยน***

 

อัตราค่าบริการดังกล่าวรวม

  • ค่าโรงแรมระดับมาตรฐาน หรือบางวันอาจจะเป็นแบบอพาทเม้นท์ (พักห้องละ 2-3ท่าน)
  • ค่าอาหารเช้า
  • ค่ายานพาหนะ และค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามที่ระบุในโปรแกรม
  • ค่าอาบน้ำที่บลูลากูน แบบปกติ(ไม่รวมค่าเช่าชุดว่ายน้ำ และ ค่าผ้าขนหนู )
  • ค่าประกันอุบัติเหตุ และ ประกันสุขภาพ ระหว่างการเดินทางตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกัน ตกลงไว้กับบริษัทประกันชีวิต

.                 ค่าวีซ่าเชงเก้นแบบปกติ

 

อัตราค่าบริการดังกล่าวไม่รวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินชั้นทัศนาจร ไป-กลับระหว่างประเทศที่ระบุตามรายการทำการจองให้แต่จ่ายตามหน้าตั๋วจริง
  • ค่าตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ ที่ระบุตาม และภาษีสนามบินทุกแห่งตามที่กำหนดไว้ในรายการเราทำการจองให้ และจ่ายตามจริง
  • ค่าหนังสือเดินทาง และเอกสารต่างด้าวต่างๆ
  • ค่าอาหารกลางวันและอาหารเย็น
  • ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่นอกเหนือจากรายการระบุ อาทิเช่น เครื่องดื่ม ค่าอาหาร ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ฯลฯ
  • ในกรณีต้องการใบเสร็จ จะมีค่าภาษีบริการ7% จากยอดค่าบริการ
  • ไม่รวมค่าทิปไกด์และคนขับรถ

 

เงื่อนไขการให้บริการ

  • ในการจองครั้งแรก มัดจำท่านละ 50,000 บาท ณ วันที่ทำการจอง

 

บัญชีเงินฝาก ออมทรัพย์ ชื่อ สมลักษณ์ ศรีโปฎก

ธ.กรุงเทพ สาขา สะพานควาย เลขที่บัญชี 021-0-18215-0
ธ.กรุงไทย สาขาย่อยเซ็นจูรี่ เลขที่บัญชี 481-0-05822-0
ธ.ไทยพาณิชย์ สาขา สะพานควาย เลขที่บัญชี 033-276565-1
ธ.กสิกรไทย สาขา สะพานควาย เลขที่บัญชี 097-2-39944-2

 

  • การใช้บริการรายการใดรายการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการ และเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  • กรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองทั้งที่กรุงเทพฯ และในต่างประเทศปฏิเสธมิให้เดินทางออก หรือเข้าประเทศที่ระบุในรายการเดินทาง บริษัทฯ ของสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าบริการไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

** หมายเหตุ บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายการตามความเหมาะสมทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของสายการบิน สภาพทางการเมือง ภัยทางธรรมชาติ แต่ยังคงจะรักษามาตรฐานการบริการและยึดถือผลประโยชน์ของผู้เดินทางเป็นสำคัญ (ราคาดังกล่าวข้างต้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะค่าเงินบาทที่ไม่คงที่และกรณีที่สายการบินมีการเรียกเก็บค่าน้ำมันเพิ่มเติมจากราคาที่กำหนดไว้) **

 

Did you find apk for android? You can find new Free Android Games and apps.